letters [11] หากฉันมีกล่องซักใบ ฉันจะใส่แต่ความหวัง
posted on 11 Feb 2007 20:15 by kanchanok in lettersfromsomestarต่อจาก ตอน 10
... เครดิตภาพ- เด็กวิศวะที่ไม่รู้จักคนเดิม
*_ * - * _ * - *_ * - * _ *
กรุณาส่ง
เธอ*
135/150อาคาร 3 ชั้น 5
ถ.อาจณรงค์ เขตคลองเตย
กทม. 10110
*_ * - * _ *-*_ * - * _ *
28 ธ.ค. 2542
10.37 AM
สวัสดี แม่ดาวดวงน้อย ( อากาศหนาวทำให้มือฉันสั่น. .. )
ok ฉันไปใส่ถุงมือมาแล้ว ( รู้สึก มืออ้วน ๆ ชอบกล ) ฮะ ๆ สุดท้ายแล้ว ฉันก็ถอดถุงมือออก . . น่าดีใจอยู่บ้างที่เช้านี้มีแดดบาง ๆ สาดมาในห้อง ฉันนอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มเสียเนิ่นนาน ตื่นมาก็ซดกาแฟที่ซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อคืน และปาท่องโก๋ที่ซื้อไว้ตอนก่อนนอน . . ความเย็นของกาแฟ ทำให้ฉันผิดหวังนิดหน่อย ฉันลุกมาเปิดวิทยุ . . ฉันดีใจที่ยังเช้าพอที่จะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ อีกแป๊บนึงถัดมา เจ้าเพ้นท์ก็เคาะประตูเรียก เพ้นท์คงตื่นก่อนฉันนานแล้ว ฉันออกไปเปิดประตูบ้านให้เจ้าเพ้นท์ออกไปวิ่งเล่น . . มันกระโดดดีใจอยู่นาน เมื่อรู้ว่าเช้านี้จะได้ออกไปเล่นเร็วกว่าวันไหน ๆ . . อากาศหนาวออกอย่างนี้ มันยังมีความสุขกับการวิ่งเล่นเนอะ . .
ไม่ทันได้สังเกต เมื่อเข้ามาในบ้าน ก็พบผ้าที่ฉันทำเป็นเสื้ออย่างคร่าว ๆ ให้เจ้าเพ้นท์กองอยู่หน้าห้อง . . นี่เป็นเสื้อตัวที่สอง ที่เจ้าเพ้นท์ปฏิเสธ . . เสื้อผ้าคงดูรุ่มร่ามสำหรับมัน สงสัยหมาจะต้องการปัจจัยเพียงแค่สามมั้ง ฮ ะ ๆ ( ไม่ต้องการเครื่องนุ่งห่ม . . ) ฉันกลับมานั่งบนที่นอนที่แสนจะหนาวเย็น เมื่อคืนนี้ผ้าห่มของฉันบางเกินกว่าที่จะทำให้อบอุ่น ซึ่งฉันพยายามไม่เปลี่ยนผ้าห่ม หรือไม่ซื้อผ้าห่มใหม่มานานแล้ว เพราะฉันเห็นว่าผ้าห่มผืนนี้ พ่ออุตส่าห์เอาขึ้นมาให้ พร้อมทั้งกำชับว่า แม่ให้มา
ฟังดูว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเนอะ แต่นั่นมันก็เมื่อ 3 ปีที่แล้ว . . ฉันพึ่งคิดได้ว่าบางทีฉันน่าจะไปหาซื้อถุงนอนในเย็นวันนี้ เพราะมันน่าจะทำให้ฉันนอนได้อุ่นขึ้นในยามค่ำคืน และฉันก็ไม่ได้ซื้อผ้าห่มใหม่ซักหน่อย . .
ฉันหยิบหนังสือ บันทึกของกฤษณมูรติ ขึ้นมาอ่าน เพราะมันจะถูกวางอยู่ข้าง ๆ หมอนเสมอ และคงเป็นอย่างนี้จนกว่าฉันจะอ่านมันจบ . . อ่านไปได้บทเดียว ก็หยิบจดหมายเพื่อนคนหนึ่งมาอ่านซ้ำ ฉันรู้สึกดีใจที่เพื่อนคนนี้ส่งจดหมายยาว ๆ มาให้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หลังจากนี้จดหมายของเขาจะต้อง ยาว มาตลอดหรอกนะ เพียงแต่ฉันคิดว่า . . ความยาวของมัน . . คือความปรารถนาที่จะได้ถ่ายทอด อะไร มากขึ้น . .
ฉันคิดถึงเพื่อนคนหนึ่งขึ้นมา เธอเคยบอกว่าฉันชอบจดหมาย เพราะมันแสดงถึงการเดินทาง ซึ่งฉันตอบเธอไปว่า . . ที่มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะมันมี บางอย่าง ที่ถูกซ่อนไว้ ติดไปกับจดหมายทุกฉบับ . . และทุกครั้งที่เธอเปิดอ่าน . .เธอ จะรู้สึกถึงมัน . .
. . ฉันคิดว่าจะตอบจดหมายที่พึ่งอ่านจบไป . .
. . ฉันลุกขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ หยิบกองหนังสือบนโต๊ะย้ายออกไปก่อน ที่โต๊ะดูมีชีวิตชีวา เพราะแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องถึง . . เสียงน้ำร้อนกระแอมเบา ๆ บอกว่า น้ำ เ ดื อ ด แ ล้ ว มันคงไม่ทันสังเกตว่าฉันพึ่งดื่มกาแฟไปเมื่อกี้ . . แต่ฉันก็ยังต้องการเครื่องดื่มอุ่น ๆ สำหรับเช้านี้ . . ฉันชงชาที่ไม่ได้คิดว่ามันน่าจะมีอยู่ในห้องของฉัน . . มันเป็นชาซองที่อยู่ในกระเป๋าของเสื้อกันหนาวตัวเมื่อคืน . . มันเป็นชาที่ฉันจะเอาไปให้คนอื่น . . แต่ฉันคงเลินเล่อจนลืมมันไป . . ฉันชงชาและวางแก้วไว้บนโต๊ะ ไออุ่นของมันเชิญชวนให้ฉันลองจิบมันทั้งที่ยังร้อน ๆ . . มันยังร้อนเกินไปจริง ๆ ด้วย แต่ฉันก็ดีใจที่ได้จิบมัน
เอาล่ะ . . ฉันจะลงมือเขียนหาเพื่อนคนนี้ซะที . .
สวัสดีจ้า . . ฉันหวังว่าเธอคงสบายดีอยู่ . . ฉันดีใจที่ฉันทายถูก แม้ว่าจะไม่ทั้งหมดก็ตาม ฉันได้อ่านจดหมายของเธอแล้ว และดีใจอีกครั้งที่มีเรื่องราวมากมายอยู่ในจดหมาย ฉันรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่พบว่าเธอรู้จักเพื่อน ๆ ฉันหลายคน . . แต่ฉันก็ไม่ต้องการจะหาคำตอบจากผลลัพธ์นี้ . . มีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟัง . . เมื่อวานนี้ฉันไปห้องสมุดคณะมนุษย์มา ฉันแต่งตัวแบบนี้ (รูปวาดผู้ชายผมยาวใส่หมวกซานตาคลอส) . . และสวมถุงมือ เป็นวันที่สนุกวันนึงทีเดียว เพราะเวลาคนอื่นหันมามอง เค้าจะยิ้มให้ . . เค้าอาจจะนึกอายแทนฉันอยู่ แต่ฉันก็ยังเห็นว่า มันเป็นเรื่องที่สนุกดีที่ได้ทำ . . ฉันไปห้องสมุดกับเพื่อนคนหนึ่ง . . พอดีเจอคนรู้จัก เราต่างแนะนำตัวเพื่อนของกันและกัน และฉันก็รู้สึกตลก เมื่อเย็นของวันดียวกันฉันเจอเพื่อนคนนี้อีกครั้ง เขาบอกว่า เพื่อนเขาคิดว่าฉันเป็นแฟนกับคนที่มาด้วยกัน ซึ่งเค้าเห็นว่า เราเหมาะกัน ฉันอยากให้เธอทายว่าคนที่ฉันพาไปด้วยคือใคร แน่นอนเธอรู้จักเค้าด้วย . . เพราะเธอยังเขียนชื่อเค้ามาในจดหมายของเธอเลย
เรื่องคำถามที่เธอถามมาว่า ทำไมฉันถึงอยากมีบ้านสูงกว่าคนอื่น , เป็นคนโลภมาก + เห็นแก่ตัว + เป็นที่รังเกียจของสังคมนั้น ฉันอยากถามเธอกลับว่า เธอคิดว่า มันเป็นลักษณะเฉพาะของอาชีพอะไร ? แต่อย่าลืมนะว่ามันเป็น ค ว า ม ฝั น อาจใช่ หรือ ไม่ใช่ ความจริงก็ได้ . . ใครจะรู้ . .
d * c r u b
พวกเรา หมายถึงเพื่อน ๆ ที่มาฝึกงานที่เดียวกัน พักในห้องเดียวกัน 3 คน พากันกรี๊ดกร๊าดเมื่อได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ( เอ๊ะ ..พี่เขียนคงไม่ได้กรี๊ดมั้ง -_- ) คงเพราะอ่านแล้วเห็นภาพ ทั้งภาพการกระทำที่คนเขียนจดหมายเล่ามา และภาพตัวตนที่คนเขียนไม่ได้เล่า แต่เราสัมผัสได้จากตัวหนังสือ เป็นจดหมายฉบับหนึ่งที่ฉันรักมากเลย
edit @ 13 Jan 2009 01:43:22 by no one
edit @ 3 Aug 2009 15:38:44 by no one
edit @ 3 Aug 2009 15:45:31 by no one
ขอไปลองก่อนนะครับ
ไว้จะกลับมาเยี่ยมบล็อกนี้อีกทีครับ
#1 By บ๋าว on 2007-02-11 20:42