last entry เฉลียง กับฉัน และคนอื่น
posted on 04 Jul 2007 01:59 by kanchanok in blogentry นี้คงจะเป็นเอนทรีส์สุดท้ายแล้วล่ะค่ะ สำหรับที่นี่ ...
ด้วยเหตุผลบางประการ ที่ค่อนข้างสำคัญ
เชื่อว่าถ้าเจอกันอีกครั้ง
คงจำกันได้
สุดแล้วแต่บุญแต่กรรมค่ะ
เราคงได้เจอกันอีก
แถว ๆ นี้ อิ อิ หาไม่ยากเรย . . ;p

ขอบคุณทุกคนนะคะ
- ------------------
ลำดับการรู้จัก "เฉลียง"
..
...กับวงเฉลียง อิชั้นเป็นเพียง "กิ๊ก" เท่านั้น ไม่ถึงกับแฟน..
. . . . . . . .. .. . . ..
พี่จุ้ย
.อย่างที่เคยพูดว่าเมื่อวันก่อนไปดูคอนเสิร์ตเฉลียงมา เลยอยากกลับมาเล่านิดนึง
ความจริงบอกว่ามีเรื่องเล่าเยอะไปหมด .. แต่พอเอาเข้าจริง ๆ กลับรู้สึกว่าเรื่องเล่าเหล่านั้นถูกซึมซับเข้าไปข้างในหมดแล้ว (พูดง่าย ๆ ว่าขี้เกียจ) -_-'
สรุปสั้นง่ายคือ ประทับใจ และมีความสุข ไม่ผิดกับที่คาดหวังและไม่ได้คาดหวังเลย
สิ่งที่เราชอบ มันย่อมเป็นสิ่งที่เรา "จะ" ชอบอยู่วันยังค่ำ
..เพลงของเฉลียงในสมัยที่เริ่มโด่งดังนั้น ฉันได้ฟังเพียงแค่เพลง เคยได้ยินเป็นเพลง ๆ ไป ไม่รู้จักวงเฉลียงมากกว่าชื่อเรียก ไม่รู้จักพี่ดี้ พี่แต๋ง พี่นก พี่เกี๊ยง พี่จุ้ย พี่อะไรก็แล้วแต่ . . .
...และเมื่อค่อย ๆ ทบทวนดูจริง ๆ เห็นจะเป็นพี่จุ้ย ที่มาทำความรู้จักฉันเป็นคนแรก ด้วยอัลบั้มเพลงที่มีหน้าปกนอนเปล แบบว่าจำไม่ได้จริง ๆ ว่าเป็นชุดไหน. .
รู้จักเพราะดีเจเปิดเพลงใหม่ของจุ้ย และพูดประมาณว่า ".....ศิลปินคนนี้ยังไงก็เป็นคนที่ดูสบาย ๆ ที่สุดในสายตาผม ไม่ว่าเค้าจะนอนเปล หรือทำอะไรก็ดูเป็นธรรมชาติ สบาย ๆ ไปซะหมด..."
ก็เลยเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักศิลปินตาหวาน ส่งอิทธิพลให้เราเป็นคนชอบนอนเปล ไกวชิงช้า .. จากม.3 ถึงมหาวิทยาลัยปี 1 ก็ได้เจอพี่จุ้ยตัวเป็น ๆ ครั้งแรกที่ มช. ในหอศิลป์บ่ายวันหนึ่ง
เพื่อนโทรมาที่หอ ...."อีนุช แกอยู่ไหน ตอนนี้พี่จุ้ยมาที่หอศิลป์เนี่ย รีบมาเร้ววว"
อิชั้นก็แหกขี้ตาเดินไปหอศิลป์ ซึ่งไกลจากหอพอสมควร . .
พี่จุ้ยค๊า พี่จุ้ยตาหวานมั่ก มั่ก ไปนั่งรอขอลายเซ็นต์ ส่งสายตาหวานเชื่อมสบพี่จุ้ยปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง พี่จุ้ยตอนนั้นยังดูไม่แก่ ดูใจดี และสบตาหวานตอบปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง ไม่มีกลัว ฮ่า
จากนั้น ที่บ้าอยู่แล้ว ก็บ้าเข้าไปใหญ่ . . . จนกระทั่งต้องหาเงินทำค่ายอาสา แล้วต้องไปขอเงินจากร้านอิ่มอุ่น เชียงใหม่น่ะล่ะ ทำให้รู้ซึ้งว่า "ใจดี แต่ขี้รำคาญ" อันเป็นนิสัยพี่จุ้ยนั้นเป็นยังไง -_-'
1 ชั่วโมงที่เข้าไปคุยกับพี่จุ้ยอีกครั้งตอนเรียนปี 3 ปี 4
มันช่างแตกต่างกับบ่ายปี 1 ที่หอศิลป์ซะจริง ๆ
ถึงวันนี้ก็รักพี่จุ้ยนะคะ ชอบฟังเพลงพี่จุ้ย ชอบมองพี่จุ้ยเวลาขึ้นเวที และรู้สึกเพลิดเพลินไปกับอริยาบถของพี่ แม้กระทั่งตาหวาน ๆ ก็ยังแอบหลงรัก
แต่..ขอดูอยู่ห่าง ห่าง เยี่ยมที่สุดจ๊า
.. ...... . .................... .. .. .. .. . .............................
พี่จิก
...ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย ..
ประภาส ชลศรานนท์ ....ก็เป็นเพียงชื่อของคนดัง ๆ ที่เคยได้ยินไกล ๆ ไม่รู้ว่าเป็นใคร ทำอะไร อยู่แถวไหน มีความสำคัญอย่างไร
..ไม่รู้เลยในชีวิตปัญญาชนสายสื่อสารมวลชนคนหนึ่ง (คงเจริญยาก 55)
จนกระทั่ง ..
ในร้านอิ่มอุ่นวันนั้น น่าจะเป็นช่วงปิดซัมเมอร์หรือวันหยุดอะไรสักอย่าง
เพื่อน ๆ กลับบ้านกันหมด ..เลยเข้าไปนั่งบิ้วท์อารมณ์ในร้านนมอารมณ์ดี . . "อิ่มอุ่น" . .(อีกแล้วสิวะ)
ร้านอิ่มอุ่น เป็นร้านนมที่ฮิพที่สุดแถบข้าง มช. สมัยนั้น ร้านเล็ก ๆ ในรูปโดมแปลก ๆ น่ารักริมดอยนั่น ดึงดูดตั้งแต่รถเก๋ง ไปถึงรถแมงกะไซค์ให้เข้าไปจอด ดวดนมหวาน ๆ สักแก้ว กับขนมปังทาแยมบลูเบอรี่อีก 2 แผ่น โอ้โห อิชั้นนั่งได้ทั้งวัน (เพราะเขาไม่กล้าไล่)
..
ในร้านนั้นมีเพลงดี ๆ ให้ฟัง มีหนังสือดี ๆ ให้อ่าน
"คุยกับประภาส" เป็นหนึ่งเล่มที่วางอยู่บนชั้นหนังสือวันนั้น และถูกอิชั้นเลือกมากองไว้บนโต๊ะริมหลืบร้านที่เชื่อว่าจะนั่ง(แอบ)อ่านได้ถึงเย็น
...คุยกับประภาส คือหนังสือประเภทไหน ขอก็อบจากเว็บขายหนังสือของสำนักพิมพ์มติชนมาบอกเล่าพอสังเขปดังนี้ . .
รวมคอลัมน์ตอบจดหมายจากมติชนหน้า ๑๔ ฉบับวันอาทิตย์
ของหนุ่มอารมณ์ดี ประภาส ชลศรานนท์ หรือพี่จิกของน้องๆ
เจเนอเรชั่น X
อิชั้นเริ่มอ่านจากบทนำไปถึงบทแรก .. อ่านไป ทึ่งไป เฮ้ย ความคิดอย่างนี้ อิชั้นเคยคิด แต่คิดไม่จบ....เอ๊อเฮ้ยยย มันมีคนคิดแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย .. .โอ้ว ว้าว อันนี้มันคิดได้ไงเนี่ย ... เฮ้ย อันนี้ใช่เลย อย่างนี้เลยที่เคยจินตนาการ ...
ค่ะ มันเป็นสิ่งที่คิดระหว่างอ่านหนังสือเล่มนี้ จนจบ 200 กว่าหน้า ภายในเวลาครึ่งวัน
อ่านจบเร็วกว่าหนังสือเรียนอีก (สำหรับคนอ่านหนังสือยอดช้าเยี่ยงดิฉัน)
เป็นการทำความรู้จักกับผู้ชายชื่อ ประภาส ชลศรานนท์ ที่ดีมากสำหรับฉัน
..เป็นความชุ่มชื้นของหัวใจ เมื่อได้มองมุมกลับกับสิ่งที่เคยมอง ผ่านตัวหนังสือของเขา
และเป็นความหวัง เป็นพลังสำหรับทุกคนที่มีโอกาสเสพงานทุกชนิดของคนชื่อประภาส
จึงไม่แปลกเลย ที่ฉันเพิ่งจะรู้จัก วงเฉลียง ตอนเรียนปี 4 จาก หนังสือ คุยกับประภาส นี่เอง . .
...นำมาซึ่งการติดเว็บลานไทมุง และพาตัวเองเข้าไปหาผู้ชายชื่อประภาส ด้วยการสมัครเรียนแต่งเพลงโรงบ่มคนดนตรี รุ่นแรก ที่เรียนในกรุงเทพฯ เดือนละครั้ง ประมาณ 4-5 เดือน . . .
ฉันนั่งคำนวณตั๋วรถไฟชั้น 3 เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ เรียนเสาร์อาทิตย์ คงพอไหวอยู่ . . ความเหนื่อยยอมความกันได้ เพราะวัยไม่เป็นอุปสรรค . .
..ได้ไปรู้จักพี่จิกตัวเป็น ๆ คือ เรื่องดี ดี ที่สุด อีกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต
พี่จิกตัวเป็น ๆ กับพี่จิกตัวหนังสือ เหมือนกันเกือบสนิท
อาจมีช่องว่างที่ทำให้ต่างกันบ้าง ตามรู้สึกนึกคิดเมื่อยังไม่เคยนั่งคุยกับเขา
... เขาเคยเขียนว่า ถ้าคุณพูดช้า คุณอาจจะอ่านตัวหนังสือผมช้า ๆ เนิบ ๆ
ทั้งที่ความจริง ผมพูดเร็ว. . .
สรุปแล้ว . . ความผิดหวัง สมหวัง ก็คงอยู่ที่ความคาดหวังของเรานี่เอง
..
กลับมาที่เรื่องเรียนแต่งเพลงโรงบ่ม
ฉันเดินทางมาเรียน สม่ำเสมอในช่วง 3- 4 ครั้งแรก
แต่พอผ่านไปถึงครั้งท้าย ๆ ความโตไม่พอ ความไม่รับผิดชอบของฉันก็ทำให้เรียนไม่สำเร็จ ไม่สามารถมีเพลงของตัวเองได้ ก็เลยเฟสตัวเองออกมาจากวงโคจรของโรงบ่มคนดนตรี ประจวบเหมาะกับช่วงเปลี่ยนแปลงชีวิต ...จากวัยเรียน สู่วัยทำงาน
..
เป็นความทรงจำเกี่ยวกับพี่จิก และจบไว้แค่นั้น ...

อ้าว จบแล้วเหรอเนี่ย
เฮ้ย .. ไม่ต่ออะไรอีกซักนิดเหรอ
นี่เขียนบล็อกนี้ครั้งสุดท้ายนะเฮ้ย ...
ตี2 แล้วน่า จะเอาอะไรมากมาย คิดไม่ออกว่ะ
จบกันดื้อ ๆ
จากกันดื้อ ๆ
...
อ้า .. แล้วจดหมายฉบับสุดท้ายของไอ้ดาวดวงน้อยที่กะว่าจะลงส่งท้ายก็ยังไม่ได้ลงซะอย่างนั้น . .
คิดว่าพิมพ์แล้ว แต่หาไม่เจอ วันหลังพิมพ์ใหม่ แล้วมาเพิ่มใหม่ในเอนทรีส์นี้แหล่ะ จะได้ไม่จบกันง่าย ๆ
...
ด้วยรักและผูกพัน
...พบกันใหม่
สวัสดี .. ราตรีสวัสดิ์
.....
edit @ 2007/07/04 02:07:02
edit @ 2007/07/04 02:12:47
edit @ 2007/07/04 02:15:30
edit @ 2007/07/04 06:35:11
edit @ 2007/07/05 08:54:06

ไปหนายยย...
ไปไหนอ่า..ฮือๆ สัญญานะว่าจะได้เจอกันอีก คิดถึงน๊า รู้ป่าว

เขียนส่งท้ายดิ...เห็นที่ draft ฟากเอาไว้
ด้วย
.
อ่านเรื่องราว ของหญิงสาว กะ 2 ชายหนุ่ม ...อืม
อ่อ รอ update อีก 1 หนุ่มดิ ..
เป็นความทรงจำเก่าๆ
ที่ลืมยาก ชิงๆ
#1 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2007-07-04 05:53