[*อนึ่ง การที่ฉันตัดสินใจนำจดหมายที่ได้รับจากคนอื่นมาโพสต์ลงอินเตอร์เน็ตได้ผ่านการไตร่ตรองอย่างดีแล้วว่าในเนื้อจดหมายไม่มีเนื้อหาที่เป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่สร้างความเสื่อมเสียแก่ผู้เขียนจดหมายได้แต่อย่างใด หากต้องการทักท้วงโปรดติดต่อผู้เขียน ขอบคุณค่ะ ปิ๊งป่อง*].

..

ต่อจากตอนพิเศษ 16.1

โปรเจ็คที่บ้าที่สุดที่ฉันเคยทำมาใน blog คือการเอาจดหมายของเจ้าดาวดวงน้อย(ไหนวะเนี่ย) มาเขียนถึงในอีก 6-7 ปีต่อมาหลังเลิกติดต่อกันด้วยจดหมาย (คลิกอ่านเอนทรีส์แรกได้จากตรงนี้) ตั้งใจจะเขียนให้ถึงจดหมายฉบับสุดท้าย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่หมดซ๊ากที (ภาษาไม่วิบัติเขียนว่า..สักที ^^’) กลายเป็นโปรเจ็คที่บ้าที่สุดระลอกที่ 1 ปี 2006 ระลอกที่ 2 ปี 2007 และระลอกนี้จะเป็นระลอกเล็ก ๆ คลื่นลมไม่แรงระลอกสุดท้ายซะทีแระ ;q 

..

(พิมพ์ถึงตรงนี้ก็อยากจะขออนุญาตเจ้าข้าวเจ้าของจดหมายลงฉบับสุดท้ายอีกสักครั้งหนึ่ง มิเช่นนั้นข้าพเจ้าจะรู้สึกค้างคามาก ที่โปรเจ็คบ้า ๆ มันยังค้างคาอยู่แบบ high and dry ^^’ – ขออนุญาตนะ สาธุ ๆ ).

.

เรื่องมันเป็นอย่างนี้...เมื่อประมาณ 2 ปีก่อนหรือนานกว่านั้น จู่ ๆ ฉันก็เกิดอารมณ์เปลี่ยว ~ ~ นึกถึงจดหมายในอดีตที่ฉันชอบมาก เหมือนของสะสมที่มีค่าทางใจอย่างหนึ่ง เพราะปรกติฉันไม่ค่อยสื่อสารทางจดหมายกับใคร...อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนหลายฉบับเช่นนี้ (สำหรับคนที่เขียนจดหมายส่งโปสการ์ดบ่อย ๆ ถึงขั้นเสพย์ติดเป็นประจำจะไม่เข้าใจอารมณ์นี้เลย ^-^)

.

..อะไรที่ น้อย มักมีค่า  น้อยก็หนึ่ง น้อยก็ใช่ หัวใจน้อยบริสุทธิ์

..

.ฉันหยิบจดหมายพวกนั้นมาทำอย่างที่เคยตั้งใจว่าจะทำมานาน คือเอามาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะชนซะอย่างนั้น สิ่งที่ตั้งใจมานานคือ อยากเล่าความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมิตรภาพครั้งนั้น ควบไปกับการได้รับได้ส่งจดหมายกับชายหน้าแปลก เอ๊ย แปลกหน้า ที่เรากึ่ง ๆ เหมือนรู้จัก เหมือนไม่รู้จักกัน ฮ่า ฮ่า ฉันละชอบความสัมพันธ์แบบนี้จริงเชียว !! (ใครไม่ชอบก็ไม่สนเว้ย ที่นี่ blog ฉัน 55)

.

.

..ฉันค่อย ๆ เล่าเรื่องในอดีต(อันไกลโพ้น -_-’) จากวันแรกที่พบกันบนหน้าต่างแชทบ็อกซ์ของมหาวิทยาลัย จนถึงวันที่เปลี่ยนจากหน้าจอเป็นหน้าจดหมาย จากฉบับแรกสู่ฉบับที่ 3 ฉบับที่ 3 ข้ามไปฉบับ 6 เลยแล้วกัน ขี้เกียจพิมพ์ เฮ๊ยยย ม่ายช่าย..ฉันพิมพ์มาได้ประมาณ 7 ฉบับก็หยุดชะงัก ...นั่นเป็นเพราะโปสการ์ดบางแผ่น ที่ร่อนมาพร้อมข้อความแฝงความหมายแปลก ๆ  ...เท่านั้นฉันก็ร้อนตัวจนตัวร้อนต้องหยุดโปรเจ็คนั้นไปปีหนึ่งเต็ม ๆ

.

..นานจนลืม ...ฉันกลับมาพิมพ์จดหมายฉบับต่อไปอีกครั้ง แต่ด้วยความสวยแต่โง่???  จึงพิมพ์ฉบับสุดท้ายของปีที่แล้วซ้ำอีกครั้ง -_-’ เอาน่ะ ถึงพิมพ์ซ้ำก็ดันไม่ลบ ไม่ชอบลบ สิ่งใดเกิดแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ ^^’ คิดได้ไงเนี่ย โปรเจ็คบ้า ๆ นั้นจึงดำเนินต่อมาเป็นโครงการ 2 พิมพ์ได้อีกประมาณ 5-6 ฉบับ ตูก็หยุดพิมพ์ไปอีก  ...คราวนี้หยุดพิมพ์เพราะมันเหลือแค่ฉบับเดียว .... ...จดหมายฉบับสุดท้ายทำฉันตื่นจากฝัน แลขยาดนิทรา ..ไม่อยากฝันเรื่องนั้นอีกต่อไป

.

.

ฉันจึงดองไว้  บ่มไว้ ...จนกว่าสุก จนกว่าฝันร้ายกลายเป็นดี จนกว่าแน่ใจว่ามันจะไม่ทำให้หวั่นไหวอีกครา

.

ใช่แล้ว ...วันนี้ฉันแน่ใจแล้วว่าเป็นอิสระจากมัน ^_<  ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วขณะพิมพ์จดหมายฉบับสุดท้าย ฉันยังไม่อยากพิมพ์ต่อให้จบเลย เนื้อหาไม่ได้สะเทือนใจอะไรหรอก ยังช่วยย้ำให้เข้าใจความจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่วันที่อ่านฉันหวั่นไหว(ว๊ายย ดูเป็นสาวน๊อยสาวน้อย)  ขณะที่วันต่อ ๆ มาจดหมายฉบับนั้น..สอนฉันให้เข้าใจหลาย ๆ เรื่องในชีวิต เมื่อเวลาผ่านมา ขอบคุณนะเจ้าดาวดวงน๋อยยย  อิอิ ...วันนี้ขณะว่าง ๆ ระหว่างรองาน จึงกลับไปอ่านโปรเจ็คเก่าบ้า ๆ นี้อีกครั้ง นึกอารมณ์ดีอยากลงฉบับสุดท้ายแล้วล่ะ ^o^

(เฮ้อ --- รู้สึกราวกับได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนต้นเรื่อง ^^’)

.

..เอาล่ะ ....ฉันจำได้ว่า พอได้รับจดหมายฉบับก่อนหน้า ฉันก็ส่งจดหมายไปตัดพ้ออะไรสักอย่าง ซึ่งฉันเองก็ยังจำไม่ได้ (มันคงไม่น่าจดจำเท่าไร) หลังจากนั้นไม่นาน จดหมายฉบับนี้ก็มาถึง ....เป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่ฉันตั้งใจจะไม่ตอบกลับ เพื่อใช้ ค ว า ม ว่ า ง สื่อให้รู้ว่า  ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว ที่เราจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเงียบ ด้วยการทำลายความเงียบ ....อีกต่อไป

 

 .

(..ที่จริงฉันน้อยใจต่างหากล่ะ ;p )...

 

ขอบคุณภาพวาดของใครสักคนที่ฝากไว้บนพื้นที่อินเตอร์เน็ตที่ฉันไปเสิร์จหามาได้

ขอบคุณเพลงของพี่โป้ โยคี เพลย์บอย- เพลงอะไรกันนี่พี่ บ้าบอดีจริง -_-' แต่ก็ชอบนะ

.

ข้างล่างนี้คือ จดหมายฉบับสุดท้ายจากดาวอื่น *

.

.....

*_ * - * _ * - *_ * - *

กรุณาส่ง เจ้าดาวน๊อยเอ๊ย .

57 / 47  ซ. 1 หมู่ 8  

ต. สุเทพ อ. เมือง  จ. เชียงใหม่  

50200

*_ * - * _ *-*_ * - *  

.

.

. 5.33  น.  13 เม.ย.

สวัสดี ๆ  เจ้าดาวน้อยผู้ชอบมีเรื่องให้ครุ่นคิด

.... 

ฉันเพิ่งกลับมาจากสโมสรฯ ตอนนี้ฉันกำลังจะเอาชนะเทคโนโลยีด้วยวิธีการลักไก่ความรู้สารพัดวิธี เป็นเกมอันหนึ่งของฉันในตอนนี้ ความจริงแล้ว ฉันล้าเกินกว่าจะคิดและเขียน แต่ก็ไม่อยากนอนก่ายหน้าผากในค่ำคืนนี้

... 

สิ่งหนึ่งที่ฉันควรบอกก่อนคือ ลายมือฉันแย่กว่าเธอเยอะ ดังนั้นเธอไม่ต้องคิดมากเรื่องที่เพื่อนเธอบอกหรอก แต่รู้ไหม ฉันก็สังเกตเห็นนะว่าแต่ก่อนเธอจะบรรจงกับตัวหนังสือมากกว่านี้ แต่เดี๋ยวนี้เธอบรรจงกับสิ่งที่ได้เขียนมากกว่าแทน. . .ฉันไม่ได้ว่าเธอนะ แต่ก็อย่าคิดเอาเองว่าฉันชมด้วย .. .. .

... 

เรื่องที่เธอเล่าเรื่องการเขียนจดหมายของเพื่อนเธอ (และรุ่นน้อง)น่ะ อืม . . น่าแปลกที่ฉันไม่ยักกะรู้สึกแบบนั้นด้วย แต่ก็พอที่จะเข้าใจได้ เหมือนกับเวลาที่ฉันชอบถอนหายใจเวลาคุยโทรศัพท์มั๊ง !!  ฮะ ๆ  คล้าย  ๆ กับเป็นการรับผิดชอบต่อความเงียบน่ะ  คือ พอมันไม่มีอะไรคุย มันก็น่าจะมีเสียงบ้าง   แต่คุณค่าของเสียงมันเทียบไม่ได้กับการได้พูดในเรื่องที่อยากพูดหรอก  มันเป็นเพียง ภาระของการรับผิดชอบ มั๊ง  ไม่รู้ซิ .  รู้ไหมฉันเคยตอบเมล์กับผู้หญิงคนนึงอยู่ 4 เดือนเลยนะ (E-mail) เรียกว่าเมล์นี่เย็บเล่มขายได้เลย  แล้วสุดท้ายก็ค่อย ๆ เงียบไป  ทิ้งไว้แต่ความสุขเมื่อยามนึกถึง  อาจเพราะเราไม่ได้มีอะไรที่ไม่ดีต่อกันมั๊ง . . ไม่ได้ทำผิดใด ๆ และไม่ได้ล่วงล้ำ . .  มันก็เลย  OK.  HAPPY ดี (คิดแบบง่าย ๆ ตอนง่วง ๆ ใกล้ ๆ เช้าแบบนี้นะ)  เนอะ บางครั้ง เราก็ต้องการเพียงใครซักคนที่พอจะมีเวลาฟังเราบ้าง  หันมามองเราบ้าง เท่านั้นเอง  แปลกดีเนอะ .  .  .

...

ระยะนี้มีรุ่นน้องหลายคนหลายคน เห็นฉันเป็นโพรงไม้ที่จะระบายความในใจ ฮะ ๆ ฉันเห็นว่าทุกคนล้วนมีคำตอบในใจสำหรับตัวเอง ในทุกปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการให้ใครสักคนเข้ามาร่วมตระหนักนิดหน่อย เพื่อแบ่งเบามันออกไปบ้างเท่านั้นเอง  และการฟังก็เป็นการช่วยพวกเขาได้อย่างประหลาด .  .  ดีเนอะ ใช้แค่ความจริงใจในการรับฟังและเวลานิดหน่อย  ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้มาฟรี ๆ อยู่แล้ว แลกกับความไม่สบายใจก้อนโต ๆ  คุ้มดีนะ  (ฉันก็เลยไปสร้างหน้า ส้วมอารมณ์แล้วมีสาวมือดีที่ไหนไม่รู้ เข้าส้วมที่ฉันกำลังสร้างอยู่พอดีเด๊ะเลย !!)

 . 

. รู้ไหมฉันคิดว่าคนเราทุกข์ใจกับเรื่องไม่กี่เรื่องเอง  1.สัมพันธภาพ (เพื่อน , คนรัก ฯลฯ)   2. เรียน งาน    3.เงิน  เนี่ยแหละที่ครอบคลุม น้ำตา และ เสียงหัวเราะของคนรอบข้างฉันไว้  แต่ถึงจะรู้ไป มันก็เลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องมีอารมณ์กับเรื่องพวกนี้อยู่ดีเนอะ  รู้ไหมตอนนี้ฉันกำลังคิดว่า มนุษย์เราเนี่ยพัฒนามามากเกินความจำเป็นล่ะ   จนความซับซ้อนของอารมณ์มันมีมากเกินกว่าที่จะต้องใช้จริง ๆ  มันเลยทำให้คนเรามีอาการคิดมาก ๆ  กระวนกระวาย  ฯลฯ  แย่เนอะ  ธรรมชาตินี่ก็เอาเปรียบมนุษย์เราเหมือนกันแฮะ   ฉันมักจะตั้งคำถามกับคนที่กำลังว้าวุ่นใจอยู่เสมอ ๆ  ว่า คนเรามีเรื่องรอบข้างมากมายที่จะทำให้ยิ้มหรือหัวเราะ  แต่เราก็มักจะเลือกเศร้าโศกเสียใจกับเรื่องไม่กี่เรื่อง . .  .

    .

.. แหงนหน้าดูฟ้า แล้วถามตัวเองซิ๊ ?  เธอน่ะ เป็นอย่างนี้อยู่หรือเปล่า ?  

..

... ง่วง จริง  ๆ ล่ะ ( 6 โมงแล้ว)   bye ๆ เน้อ ๆ (ลายมืออ่านยากหน่อยนะ)  

.

.

.. *  * จดหมายจบแล้วนะ  จากวันนั้นฉันไม่ได้ติดต่อเจ้าดาวน้อยอีกเลย เป็นเวลาหลายปี กระทั่งเรียนจบจาก ม.เชียงใหม่ เดินทางกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ ฉันยังคงระลึกถึงอยู่เสมอ ใกล้ ๆ วันเกิดเจ้าดาวทีไร ฉันมักฝันถึง..อย่างไม่ทราบว่าบังเอิญหรืออะไรดลใจ และหลังจากฝันไม่นาน ฉันมักจะเจอเจ้านั่นโดยบังเอิญในโลกอินเตอร์เน็ต อาจจะมาในรูปของเมลล์หรือ msn ซึ่งทำให้รู้สึกพิเศษได้เสมอ . . 

.

 ...

...วันที่อยู่ไกล ๆ มิตรภาพดูสวยงามสุกสว่างจากปรกติ ...คงเหมือนดาว ที่ดูสวยงามยามห่างไกล

.

วันที่ใกล้เข้ามา...จนคล้ายอยากพบก็ทำได้ (แต่ไม่เคยทำ) มิตรภาพอาจไม่วับวาวเท่าเดิม เพราะหลุดออกจากระยะจินตนาการแล้ว ....แต่สำคัญกว่า คือมิตรภาพที่ผ่านช่วงเวลาสับสนมาแล้วนั้น กลับอบอุ่นและมีอยู่จริงมากกว่าวันเก่าวันนั้น

...

 

วันที่เห็นเพียงละอองดาวเคลื่อนไหวไกล ๆ บนฟากฟ้า และลาลับหายไป 

 - ending  -

edit @ 11 Jan 2009 14:25:05 by no one

edit @ 4 Aug 2009 02:45:07 by no one

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยาวว่ะ อ่านยังไม่จบ ก้อสลบไปก่อนsad smile

#1 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2008-08-15 10:44

double wink double wink ชอบๆ
ว๊ายย ดูเป็นสาวน๊อยสาวยน้อย<<--- ช๊อบชอบ confused smile

#2 By XEGXEF on 2008-08-15 10:54

ติดใจมากเลยนะค๊ะเนี่ย


น่าจะเอาไปทำหนัง

#3 By คนผ่านมาอ่าน (58.9.245.56) on 2008-08-21 11:00

เป็นมิตรภาพที่น่ารักดี

big smile

#4 By Mrs. Holmes on 2008-08-21 18:14